ทุ่มงบฯ35ล้านใช้แอพฯ”ใบอนุญาตต่างด้าวทำงาน”บนมือถือ

กระทรวงแรงงาน จับมือบีโอไอ-ตม. ผุดใบอนุญาตทำงานแบบ Digital work permit  บนสมาร์ทโฟนครั้งแรกของโลก  ตั้งเป้าปี63 ขยายแรงงานเมียนมา-ลาว-กัมพูชา เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ที่ศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน ชั้นที่ 18 อาคารจัตุรัสจามจุรี นายวรานนท์ ปิติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน มอบใบอนุญาตทำงานแบบ Digital work permit  

ใบแรกแก่คนต่างด้าวที่เข้ามาทำงานกับประเทศไทย ชื่อนายโคชิโร่ ซูดะ (Hoichiro suda) สัญชาติญี่ปุ่น พนักงานบริษัทเอกชนซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)  โดยโครงการดังกล่าวนี้เป็นความร่วมมือกันระหว่าง 3 หน่วยงาน คือ กระทรวงแรงงาน BOI และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ร่วมพัฒนาระบบนำร่องการจัดหาและพัฒนาระบบ Single window ศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน ซึ่งเป็นการปรับโครงสร้างให้บริการภาครัฐในลักษณะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตั้งรวมกันและเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว ประหยัด
โดยวันนี้จะมีคนจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อังกฤษ สวีเดน และฝรั่งเศส จำนวน 5 ราย มาขอใบอนุญาตทำงานที่อาคารจัตุรัสจามจุรี ส่วนภูมิภาค BOI จะนำร่องที่ จ.เชียงใหม่ จ. ภูเก็ต  โดยมีการติดตั้งอุปการณ์ต่างๆ และ ประสาน ตม. สำนักงานจัดหางานคาดว่าจะสามารถดำเนินได้ในต้นเดือนพ.ย. นี้  และจะขยายทั่วทุกจังหวัดในประเทศ ต้นปี 2561  ซึ่งจะครอบคลุมคนงานต่างด้าวที่ไม่ใช่พม่า กัมพูชา และประเทศลาว ประมาณ 1.5 แสนคน ทั้งนี้การรายงานตัวของคนงานต่างด้าวยังคงใช้เกณฑ์เดิมคือ 90 วัน
“ใบขออนุญาตทำงานที่คนต่างด้าวได้รับจะไม่เป็นจะไม่ใช่เอกสารหรือบัตรแข็งที่สามารถดูข้อมูลที่ปรากฏบนบัตรได้เท่านั้น เมื่อเป็น Digital work permit  บนโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน จะมีความปลอดภัยในการเก็บข้อมูลเชิงลึก ปลอมแปลงเอกสารได้ยาก และข้อมูลในระบบจะอัพเดตแบบเรียลไทม์ โดยขั้นตอนการทำงาน คือ เมื่อคนงานต่างด้าวยื่นคำขออนุญาตทำงานผ่านระบบ Single window กรมการจัดหางานและ BOI จะพิจารณาอนุญาตในระบบและแจ้งผลการพิจารณาทางอีเมล เมื่อได้รับการอนุญาตแล้วจะต้องมาแสดงตัวเพื่อชำระค่าธรรมเนียม และถ่ายรูปลงรายมือชื่อ Digital เพื่อจะได้รับชื่อผู้ใช้ (Username) และรหัสผู้ใช้ (Password) เพื่อลงทะเบียนในแอพพลิเคชั่น ชื่อ Thailand Digital work permit ใช้ได้ทั้งระบบ ISO และ android  ผ่านการแสกนคิวอาโค้ด บาโค้ด หรือใช้ลายนิ้วมือหรือใบหน้า ซึ่งตั้งเป้ากลุ่มธุรกิจปีละ 5 หมื่นคน และ รมว.แรงงาน ให้ขยายโครงการนี้ไปยังกลุ่มนักลงทุนทั่วไปในปี 2561  ประมาณ 1.5 แสนคน อนาคตจะดำเนินการได้ที่สำนักงานจัดหางานและตม. ของทุกจังหวัด นอกจากนี้คาดว่าในปี 2562-2563 จะขายให้ครอบคลุมไปถึงแรงงานต่างด้าวกัมพูชา ลาว และพม่าด้วย ”นายวรานนท์ กล่าว. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews